ดร.สิริกานต์ อ้นสนกราน’ นักธุรกิจสาวเก่งผู้มาพร้อมนิยาม ‘ทำสิ่งใดต้องเต็มที่ และทำให้ดีที่สุด’

ดร.สิริกานต์ อ้นสนกราน’ นักธุรกิจสาวเก่งผู้มาพร้อมนิยาม ‘ทำสิ่งใดต้องเต็มที่ และทำให้ดีที่สุด’
นับเป็นผู้บริหารสาวเก่งที่น่าจับตามองอีกหนึ่งคนในยุคนี้เลยก็ว่าได้ สำหรับ ดร.น้อง หรือ ดร.สิริกานต์ อ้นสนกราน เพราะที่ผ่านมาธุรกิจหลายอย่างที่เธอทำนั้น ล้วนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แม้ในยุคที่โควิด-19 ระบาดจะมีผลกระทบมากมายกับธุรกิจต่างๆ ก็ตาม แต่ผู้บริหารสาวก็สามารถนำพาธุรกิจของตัวเองฟันฝ่าและยังคงยืนหยัดอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน เราจึงต้องมานั่งพูดคุยเพื่ออัพเดตชีวิต แนวคิด และทัศนคติ ของเวิร์คกิ้งวูแมนวัย 50 กะรัตคนนี้ (ที่ดูยังไงก็สาวและสวยอ่อนกว่าวัยเป็นอย่างมาก) เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับผู้คนในสังคม


ก่อนอื่นขออัพเดตประวัติส่วนตัวของ ดร.น้อง สักหน่อย
“ดิฉันเรียนจบปริญญาตรี จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้นก็เรียนต่อปริญญาโท คณะสิ่งแวดล้อมทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จนจบอีกเช่นกัน และด้วยความที่ดิฉันเป็นคนรักการเรียนและชอบพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ดิฉันจึงเรียนต่อในระดับปริญญาเอก ที่คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์นจนสำเร็จ ซึ่งก็สร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวเองอย่างมาก เพราะสามารถทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ คือเรียนจบด็อกเตอร์จนได้ค่ะ
ปัจจุบันดิฉันแต่งงานกับสามีคือ นาวาอากาศเอก นายแพทย์ นพดล นฤปิติ ซึ่งเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลพญาไท 2 และมีลูกสาว 1 คน ซึ่งตอนนี้ลูกสาวดิฉันก็กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ”


ปัจจุบัน ดร.น้อง ทำธุรกิจด้านไหนบ้าง
“ตอนนี้ธุรกิจที่ดิฉันทำอยู่มีหลากหลายมากค่ะ ทั้งธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจโรงแรมเอ็นสิริ รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล ซึ่งเป็นโรงแรมที่สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดในย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยโรงแรมของเราจะโฟกัสทางด้านงานแต่งงาน งานเลี้ยงต่างๆ และงานจัดประกวดนางงามทุกเวทีเป็นหลัก รวมทั้งเป็นที่พักและสถานที่เก็บตัวนางงามระดับนานาชาติมาตลอดหลายๆ เวที ซึ่งโรงแรมของเรามีห้องพักทั้งหมด 55 ห้อง และมีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับจัดประชุมสัมมนาที่สามารถรองรับแขกได้ 200-300 ท่าน
และด้วยความที่โรงแรมเอ็นสิริของเราเป็นโรงแรมสำหรับจัดงานเลี้ยงและงานแต่งงาน ทำให้เราต่อยอดไอเดียในเรื่องธุรกิจสินสอดทองหมั่น ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับงานแต่งงานทุกงาน จนกลายเป็นธุรกิจเกี่ยวกับอัญมณีแบรนด์ ‘สิริไทยเจมส์’ (Siri Thai Gems) ที่โฟกัสตัวสินค้าเป็นสินสอดทองหมั้นจากนั้นจึงพัฒนามาสู่การเป็นผู้ออกแบบและทำมงกุฎให้กับเวทีนางงามต่างๆ ด้วย


คือต้องเท้าความก่อนว่า เดิมทีเราเป็นเจ้าของเวที ‘นางงามกรุงเทพมหานคร’ ที่ น้องบิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ เคยเข้าประกวด จากนั้นจึงส่งน้องบิ๊นท์เข้าประกวดเวทีนางสาวไทยปี 2562 จนน้องบิ๊นท์สามารถคว้าตำแหน่งนางสาวไทยมาได้ ตามด้วยการคว้าตำแหน่งมิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019 มาได้อีกเช่นกัน
จากนั้นในปี 2563 (ปีที่ น้องเมย์-ณัฐพัชร พงษ์ประพันธ์ ได้ตำแหน่งนางสาวไทย) เราก็ได้รับการทาบทามจากสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธซึ่งเป็นผู้จัดประกวดนางสาวไทย มอบหมายให้เราออกแบบและทำ ‘มงกุฎนางสาวไทยปี 2563’ ให้อีกด้วย นอกจากนี้เรายังทำมงกุฎให้เวที ‘มิสไทยแลนด์ล้านนา’ ด้วยค่ะ”

ปัจจุบันนี้ ‘สิริไทยเจมส์’ มีกี่สาขา
“สิริไทยเจมส์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปี 2562 โดยเริ่มเปิดร้านสาขาแรกที่ โรงแรม Holiday Inn สุขุมวิท (โรงแรม อินเตอร์ คอนติเนนตัล) และเมื่อต้นปี 2563 ได้เปิดสาขาที่ 2 ที่โรงแรมเอ็นสิริ รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล ตั้งอยู่ที่ซอยลำลูกกา 71 ซึ่งเป็นโรงแรมของเราเอง และเมื่อต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ก็ได้เปิดสาขาที่ 3 ซึ่งเป็นสาขาล่าสุดที่ อาคารเพรสซิเด้น เพลส ฝั่งทางเชื่อมไปห้างเกษรพลาซ่า แน่นอนว่าสิริไทยเจมส์ของเราเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และจะเติบโตขึ้นไปอีกในอนาคตค่ะ”


จากการที่สิริไทยเจมส์ ได้เป็นผู้ออกแบบและทำมงกุฎให้กับเวทีนางสาวไทยปี 2563 ในอนาคตจะได้ทำมงกุฎให้กับเวทีไหนอีกบ้าง
“อันดับแรกก็ต้องเป็นเวที Miss Earth Thailand เลยค่ะ เพราะล่าสุดเราได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในการจัดประกวดมิสเอิร์ธ ตั้งแต่ปี 2020 ไปจนถึงปี 2022 ส่วนเวทีนางสาวไทย เราก็ยังคงออกแบบและรังสรรค์ให้ต่อไป เนื่องจากเราผูกพันธ์กับเวทีอันทรงคุณค่าของประเทศไทยเวทีนี้อย่างมาก นอกจากนั้นเรายังอยากส่งเสริมภาพลักษณ์ของสตรีไทยให้โดดเด่นในสายตาของชาวโลกอีกด้วย”


เคล็ดลับในการบริหารธุรกิจ ในยุคที่โควิด-19 ระบาด มีวิธีรับมืออย่างไรกับภาวะที่เศรษฐกิจซบเซาอย่างตอนนี้
“ในยุคที่เกิดสถานการณ์หลายอย่างแบบนี้ เราก็ได้รับผลกระทบบ้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ด้วยความที่เรามีการบริหารจัดการที่ดีมาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนจะมีภัยจากโรคโควิด-19 ระบาดเข้ามาเสียอีก กล่าว คือเราได้ยึดหลักคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องความพอเพียง ดังนั้น เราจึงบริหารกิจการทั้งหมดด้วยความพอเพียง ประหยัด มัธยัสถ์ ไม่ฟุ้งเฟ้อ และไม่ประมาทกับทุกๆ สถานการณ์ในบ้านเมืองของเรา พูดง่ายๆ ว่าเราพร้อมสู้กับทุกเหตุการณ์อยู่เสมอค่ะ
แต่ด้วยความโชคดีที่ธุรกิจของสิริไทยเจมส์นั้นจับกลุ่มตลาดไฮเอนด์หรือ A+ อยู่แล้ว ทำให้เรามีโอกาสได้ออกแบบและทำมงกุฎให้กับเวทีประกวดหลายๆ เวที เมื่อได้รับเกียรติและได้รับการมอบหมายงานมา เราก็ทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ ทำให้ดีที่สุด สร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาเลอเลิศที่สุด จึงทำให้เราได้รับความนิยมเป็นวงกว้างในเวทีนางงามระดับชาติค่ะ”


ดร.น้อง มีแนวคิดในการนำธุรกิจมาผสมผสานกับการประกวดนางงามอย่างไร
“การทำเวทีประกวดนางงาม ถ้าเราทำอย่างชาญฉลาด เราจะรู้เลยว่าผ้าไทยของเราเนี่ยสวยที่สุด อัญมณีไทยและฝีมือช่างทองของเราก็ถือว่าเป็นอันดับ 1 ของโลก แม้แต่ช่างทำมงกุฎให้กับเวทีประกวดต่างๆ คนไทยของเราก็มีฝีมือในการออกแบบและทำออกมาได้สวยงามระดับโลกเลยละ พูดง่ายๆ ว่าประเทศไทยคือเบื้องหลังความสำเร็จมาโดยตลอด ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่ไทยเราจะเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่ายไปพร้อมกัน การทำตลาดของเราก็คือ การส่งมอบจากมือถึงมือ ใจถึงใจให้กับลูกค้า ในเมื่อเราเป็นผู้ผลิตและผู้สร้างสรรค์ เราก็ควรจะส่งมอบผลงานชิ้นเอกที่ดีที่สุดเหล่านี้ให้กับลูกค้าด้วยมือของเราเอง โดยไม่ต้องมีตัวแทนจำหน่ายชาวต่างชาติเข้ามาคั่นกลางเลยค่ะ”

การได้เป็นผู้ถือลิขสิทธ์ Miss Earth ซึ่งเป็นเวทีประกวดสาวงามระดับโลกแบบนี้ มีแพลนจะจัดการประกวดในเมืองไทยบ้างมั้ย
“สำหรับปี 2564 นี้ เราจะมีการจัดประกวดมิสเอิร์ธขึ้นราวๆ เดือนกรกฎาคม โดยจะจัดการประกวดขึ้นที่กรุงเทพฯ และจะประกาศรับสมัครสาวงามจากทั่วประเทศให้เข้ามาสมัครกัน ถ้าสถานการณ์+เวลา และปัจจัยต่างๆ ลงตัว เราก็จะเปิดรับสมัครผู้เข้าประกวดต่อไป แต่มีข้อแม้ว่าสาวงามที่เข้าประกวดนั้นจะต้องมีคอนเซ็ปต์เกี่ยวสิ่งแวดล้อมที่แปลกแหวกแนวและแตกต่างจากเวทีอื่น นางงามเวทีมิสเอิร์ธต้องตอบโจทย์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง เพราะเวทีมิสเอิร์ธจะมีมงกุฎด้วยกันทั้งหมด 4 มงคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ (ธาตุทั้ง 4) ซึ่งอัญมณีที่นำมาประดับมงกุฎเหล่านี้ ก็จะใช้อัญมณีจากประเทศไทย เช่น ไข่มุกจากใต้ทะเลลึก หรือทับทิมสยามจากพื้นพิภพซึ่งเป็นทับทิมที่สวยที่สุดในโลก เป็นต้น ดิฉันยังมีความหวังว่า ตัวแทน Miss Earth Thailand จะได้ครอบครองมงกุฎมิสเอิร์ธสักครั้ง เพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับประเทศไทยค่ะ”


มีหลักในการทำงาน และการใช้ชีวิตอย่างไร
“สำหรับดิฉันแล้วจะให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์คุณค่าในการเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ เพราะทุกอย่างที่เราทำนั้น เราจะทำอย่างเต็ม ทำอย่างจริงจัง และใส่ใจทุกรายละเอียด สิ่งเหล่านี้แหละคือจุดที่ทำให้เราประสบความสำเร็จและเป็นรอยยิ้มให้กับผู้อื่นมาตลอด ตั้งแต่โรงแรมเอ็นสิริฯ ที่ทำให้เจ้าสาวของเราสวยที่สุด ทำให้เจ้าบ่าวของเราหล่อที่สุด และเป็นวันพิเศษที่สุดสำหรับพวกเขา สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ความกตัญญูรู้คุณ เพราะความกตัญญูนี้จะช่วยให้อุปสรรคต่างๆ ในการทำงานลดลงไปได้ เพราะถ้าเรารู้คุณคน คนรอบข้างก็พร้อมที่จะช่วยเราและยินดีกับเราเสมอ อีกทั้งจะยื่นมือเข้ามาอุดหนุนจุนเจือเราตลอดเวลาอีกด้วยค่ะ”

ความสุขของ ดร.น้อง อยู่ที่อะไรบ้าง
“ความสุขของดิฉันคือการได้ทำธุรกิจที่ตัวเองรัก และการได้เป็นผู้สร้างรอยยิ้มให้กับผู้อื่น รวมทั้งเป็นความภูมิใจให้กับครอบครัวด้วยค่ะ สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ การให้เวลาอย่างมีคุณค่า ทั้งให้เวลากับงาน ให้เวลากับครอบครัว ให้เวลากับตัวเอง และการให้เวลากับสังคม ปัจจุบันดิฉันเป็นสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพกรุงเทพมหานคร เป็นอุปนายกสมาคมชาวเหนือแห่งประเทศไทย และยังเป็นสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติในปี 2563 ด้วยค่ะ”


งานอดิเรกหรือกิจกรรมยามว่างของ ดร.น้อง
“ถ้ามีเวลาว่าง ดิฉันจะชอบเล่นกีฬา ชอบเดินทางท่องเที่ยว และชอบเล่นดนตรี แต่สิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ การมีเวลาให้กับครอบครัว เพราะสำหรับดิฉันแล้ว ครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตค่ะ”
ผู้อ่านสามารถอัพเดตเรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจของ ดร.น้อง ได้ที่ Fanpage Facebook : Siri Thai Gems หรือ Facebook : Sirikarn Onsonkran