ดร.สิริกานต์ อ้นสนกราน นักธุรกิจหญิงแถวหน้าผู้มาพร้อมกับแพสชั่นและความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ


ผู้บริหารสาวเก่งคนนี้ นอกจากมีดีกรีแสนโก้เรียนจบระดับด็อกเตอร์แล้ว เธอยังเป็นเจ้าของธุรกิจหลายอย่าง ทั้งธุรกิจโรงแรมและธุรกิจร้านเพชร ซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดจากแพสชั่นและความมุ่งมั่นของตัวเองล้วนๆ ที่เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนธุรกิจทั้งหมดให้สามารถยืนหยัดและก้าวผ่านสถานการณ์โควิด-19 มาได้จนถึงทุกวันนี้ ไม่เพียงเท่านั้นปัจจุบัน ดร.น้อง หรือ ดร.สิริกานต์ อ้นสนกราน ยังต่อยอดด้านเวทีประกวดนางงาม โดยเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์เวที Miss Earth Thailand ที่จัดการประกวดขึ้นปีนี้เป็นปีที่สองแล้ว เราไปพูดคุยอัพเดตเรื่องราวของผู้หญิงแถวหน้าคนนี้กันเลย


-อยากให้ ดร.น้อง พูดถึงความสำเร็จของเวทีการประกวด Miss Earth Thailand 2021 ที่เพิ่งผ่านมา
“จากความมุ่งมั่นที่เราทำเวทีนางงามมาตลอดหลากหลายเวที แต่เวที Miss Earth Thailand ถือเป็นเวทีแรกที่คนไทยหันมาให้ความสนใจอย่างแท้จริง เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยเรา (และหลายประเทศทั่วโลก) เกิดปัญหาด้านการระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย รวมทั้งภัยธรรมชาติต่างๆ ซึ่งเกิดจากความไม่สมดุลของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม จึงทำให้เกิดโรคภัยแปลกๆ หรือภัยพิบัติขึ้นมา
ดิฉันจึงมองว่าการจัดเวทีประกวดมิสเอิร์ธไทยแลนด์ขึ้นนี้ ถือเป็นการทำประโยชน์เพื่อสังคมอีกทางหนึ่ง เพราะเราจะได้พัฒนาเยาวสตรีไทยของเราให้คำนึงถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและหันกลับมาช่วยโลกใบนี้ได้มากขึ้น พูดง่ายๆ ว่าเราจะพัฒนาบรรดาสาวสวยของเราให้เป็นนักพูดและเป็นต้นแบบคนรุ่นใหม่ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ฉะนั้นเราจำเป็นที่จะต้องพัฒนามาตั้งแต่รากฐานของพวกเขาเลย อาทิ บุคลิกภาพ การศึกษา การปฏิบัติตัวในสังคม เป็นต้น ซึ่งเป็นการสร้างต้นแบบคนรุ่นใหม่ที่เป็นผู้นำด้านความคิดให้เกิดขึ้น แม้เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก แต่เราก็มุ่งมั่นที่จะทำต่อไป
ที่ผ่านมาก็ถือว่าเวทีมิสเอิร์ธไทยแลนด์ ประสบความสำเร็จในระดับที่เกินความคาดหมาย เพราะปีนี้ถือเป็นปีที่คนไทยส่วนใหญ่เริ่มหันมาสนใจปัญหาโลกร้อนและปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง วัดได้จากการโหวตและการติดตามการประกวด Miss Earth Thailand ที่ผ่านมา ซึ่งนี่แหละถือว่าเป็นฟีดแบคที่ดีของเราค่ะ”


-อยากให้พูดถึงความพิเศษของมงกุฏ Miss Earth Thailand 2021 ในปีนี้ให้ฟังหน่อย
“การที่เราจะบอกว่า สิ่งนั้นมีค่าได้นั้น เราต้องใส่คุณค่า และมูลค่าของสิ่งนั้นลงไปด้วยเสมอ นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ดิฉันออกแบบและสร้างมงกุฏมิสเอิร์ธไทยแลนด์ปีนี้ขึ้นมา โดยทั้งตัวเรือนมงกุฏนั้นจะใช้ทองคำแท้เกือบ 1 กิโลกรัม เมื่อรวมกับมรกตธรรมชาติ (National Emerald) ตรงยอดมงกุฏ และบุคราคัม (Yellow Sapphire) แล้วก็มีมูลค่าราว 10 ล้านบาทได้ ซึ่งมงกุฏนี้เป็นของน้องใบตอง มิสเอิร์ธไทยแลนด์ปีนี้ นอกจากนั้นยังมีมงกุฏของรองมิสเอิร์ธไทยแลนด์อีก 4 มงกุฏคือ มงกุฏดิน มงกุฏน้ำ มงกุฏลม และมงกุฏไฟ ซึ่งมีมูลค่าอีกมงกุฏละ 2 ล้านบาทค่ะ”


-คาดหวังอะไรกับ น้องใบตอง-จรีรัตน์ มิสเอิร์ธไทยแลนด์ 2021 ที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในการประกวด Miss Earth 2021 ในรูปแบบการประกวดออนไลน์ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้
“สำหรับดิฉันแล้วการเป็นเจ้าของเวทีมิสเอิร์ธไทยแลนด์ ก็เปรียบเสมือนตัวเราเป็นแม่ของสาวงามทุกคนที่เข้าประกวด ถ้าพูดถึงความคาดหวังในตัวน้องใบตอง จริงๆ แล้วในฐานะแม่ ดิฉันไม่คาดหวังอะไรจากน้องเลย เพียงแค่อยากส่งเสริมและผลักดันให้น้องได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ เท่านี้เราก็บรรลุวัตถุประสงค์ของเราแล้วค่ะ ตอนนี้ดิฉันไร้ซึ่งความกังวลใดๆ เพราะถือว่าได้มอบหมายภารกิจให้น้องทำอย่างเต็มที่แล้ว จึงเชื่อมั่นว่าเขาจะทำในสิ่งที่อยากทำและจะทำได้ดี”


-ทบทวนความจำนิดนึงว่า ดร.น้อง ได้เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวด Miss Earth Thailand ยาวไปจนถึงปีไหน
“ที่ผ่านมาเราได้ทาบทามและซื้อลิขลิทธิ์มิสเอิร์ธมาทั้งหมด 10 ปี โดยเริ่มจากปี 2020 ปัจจุบันก็ผ่านมาได้สองปีแล้ว ฉะนั้นเราจะได้ถือลิขสิทธิ์ต่อไปอีก 8 ปีนับจากนี้ค่ะ ก็เชื่อมั่นว่าประเทศไทยเราจะต้องประสบความสำเร็จบนเวทีใหญ่ได้ เนื่องจากปีนี้ประเทศไทยก็ประสบทั้งภัยโควิด-19 ระบาด และภัยจากน้ำท่วม พูดง่ายๆ ว่าปีนี้ไทยเป็นศูนย์กลางในด้านภัยธรรมชาติต่างๆ เลยละ ดังนั้น ถ้าจะเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม จึงควรจะเริ่มต้นที่ประเทศไทย ทำให้ปีนี้เราก็มีสิทธิ์ลุ้นมงใหญ่ให้กับประเทศไทยด้วย และดิฉันยังคาดหวังอีกว่าภายใน 3 ปีต่อจากนี้ เราจะสามารถเป็นเจ้าภาพจัดประกวดมิสเอิร์ธเวทีใหญ่ในประเทศไทยที่มีผู้เข้าประกวดจาก 80 ประเทศทั่วโลกได้ค่ะ
สำหรับมงกุฏของ Miss Earth Thailand 2022 เราจะใช้มงกุฏของปีนี้ค่ะ เรียกว่าเป็นมงกุฏเวียน แต่สิ่งสำคัญคือมูลค่าของมงกุฏมันจะเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา และเวทีมิสเอิร์ธไทยแลนด์ก็จะใช้มงกุฏหลักและมงกุฏรองอีก 4 มงกุฏ (ดิน น้ำ ลม ไฟ) ไปตลอดระยะเวลาจนจบการถือลิขสิทธิ์ในปี 2030 โน่นเลย ก็อยากฝากถึงบรรดาสาวสวยที่จะสมัครเข้าประกวด Miss Earth Thailand 2022 ว่า แค่คุณเข้ามาสมัครคุณก็จะชนะแล้ว เพราะสาวๆ ทุกคนจะต้องมีแนวคิดหลักในการรักษาสิ่งแวดล้อมและรักษ์โลก ซึ่งทุกคนที่มาประกวดก็จะมีส่วนช่วยโลกใบนี้ทั้งหมด เริ่มรับสมัครตั้งแต่ เมษายน-มิถุนายน 2022 สามารถอัพเดตข้อมูลได้ที่เพจเฟซบุ๊ค : Miss Earth Thailand ค่ะ”


-ขออัพเดตเกี่ยวกับธุรกิจของ ดร.น้อง ที่ทำอยู่ในปัจจุบันนี้บ้าง
“ดิฉันเป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรมเอ็นสิริ รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล อยู่ที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นโรงแรมที่ใช้ประกวดมิสเอิร์ธไทยแลนด์ 2021 ในปีนี้ด้วย แต่ประกวดในรูปแบบ New Normal โดยจำกัดจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละห้องตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของภาครัฐ
ส่วนอีกธุรกิจหนึ่งก็คือ ธุรกิจร้านเพชรชื่อ ‘สิริไทยเจมส์’ ซึ่งจับตลาดการรับออก แบบ การหาอัญมณีต่างๆ และการรับทำมงกุฏนางงามให้กับเวทีประกวดทั่วประเทศ รวมทั้งเวทีใหญ่ๆ ในระดับโลกด้วย ปัจจุบันมี 3 สาขาด้วยกันคือ มีช้อปที่โรงแรม อินเตอร์ คอนติเนนตัล, ช้อปที่ โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ และช้อปที่โรงแรมเอ็นสิริ รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล รวมทั้งเวทีประกวดนางงามมิสเอิร์ธฯ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งฮอบบี้ในการต่อยอดธุรกิจของเราด้วยค่ะ”


-ในอนาคตถ้าโควิด-19 ซาลงแล้ว สิ่งที่ ดร.น้องอยากทำมากที่สุดคืออะไร หรืออยากไปเที่ยวไหนมากที่สุด เพราะอะไร
“ถ้าสถานการณ์โควิด-19 หมดไปแล้ว ดิฉันหวังอยากให้ความสุขของคนไทยทุกคนกลับคืนมาค่ะ แต่กลับมาในแบบ New Normal นะ นั่นคือเราทุกคนต้องหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมจริงๆ และต้องไม่ใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองแบบเดิมๆ อีกเด็ดขาด เราต้องช่วยกันอนุรักษ์และอยู่ร่วมกันกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อย่างไม่ประมาท แชร์การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและไม่สูญเปล่าร่วมกันเพื่อยืดอายุโลกใบนี้ของเรา
ส่วนแพลนไปเที่ยว ดิฉันคิดไว้ว่าอยากพาลูกๆ มิสเอิร์ธไทยแลนด์ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตายังประเทศที่เป็นศูนย์กลางแฟชั่นอย่างฝรั่งเศส หรือประเทศที่เป็นศูนย์ กลางความเจริญอย่างสหรัฐอเมริกา และอาจใช้โอกาสนี้ในการเผยแพร่อัญมณีและแพรพรรณของไทย ซึ่งเป็นการต่อยอดธุรกิจและต่อยอดความสุขไปพร้อมกัน”

-ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ดร.น้อง มีกิจกรรมผ่อนคลาย หรือกิจกรรมยามว่างสำหรับตัวเองอย่างไร
“ช่วงที่ผ่านมา เห็นหลายคนพากันปลูกกล้วยด่างและปลูกต้นไม้สวยๆ สำหรับดิฉันสิ่งที่ทำคือ การดูแลโรงแรมและรีโนเวทโรงแรมของตัวเอง นอกนั้นก็อยู่กับลูกๆ มิสเอิร์ธเพื่อส่งเสริมบุคลิกภาพและการพัฒนาศักยภาพของสตรีต่อไป ก็ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ช่วยผ่อนคลาย แถมยังใช้พื้นที่ในโรงแรมของเราให้มีประโยชน์ไปด้วย นอกจากนี้โรงแรมเรายังติดสนามกอล์ฟ เราจึงได้พัฒนาทักษะทางด้านกีฬาเพิ่มเติมอีกด้วยค่ะ”


-อยากให้พูดถึงของสะสมชิ้นโปรดสักหน่อย และทำไมถึงชอบสะสมสิ่งนี้
“แน่นอนค่ะว่า ของสะสมชิ้นโปรดของดิฉันก็คือ เพชร ต้องบอกว่าดิฉันมีความหลงใหลเพชรหายากระดับโลกมานานแล้ว เช่น เพชรบลูไดมอนด์ หรือเพชรสีน้ำเงิน แล้วก็เพชรสีชมพู และเพชรสีเหลือง ถ้าไม่นับเรื่องมูลค่าที่ตัวเพชรหรือนับเรื่องธุรกิจแล้ว ดิฉันชอบความรู้สึกของคำว่า ‘เพชร’ มากๆ เพราะเพชรมันต้องผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านช่วงเวลาที่ยาวนานพอในการหล่อหลอม เพื่อทำให้เพชรเป็นสิ่งที่แข็งแกร่งในระดับต้นๆ ของโลก ฉะนั้นดิฉันจึงนำความหมายของคำว่าเพชรมาแทนตัวตนของตัวเอง แทนธุรกิจที่เราทำ ซึ่งทุกอย่างมันมีคุณค่าและมีความหมายในตัวมันเอง
อีกอย่างการสะสมเพชรของดิฉันยังเกี่ยวโยงกับธุรกิจการรับทำมงกุฏที่ถือเป็นแพสชั่นส่วนตัวอีกด้วย อย่างที่ทุกคนทราบดีว่าเพชรมันสวย แต่หากเราวางเก็บไว้ในตู้เซฟเฉยๆ ไม่ได้เอาไปทำเครื่องประดับหรือทำมงกุฏ เพชรนั้นก็เหมือนไม่ได้รับการให้เกียรติ คุณค่าความงดงามของมันก็จะดูดร็อปลงไป แต่ถ้าเรานำมาประดับมงกุฏ ก็จะยิ่งทำให้เพชรที่หายากนั้น มีทั้งมูลค่าและคุณค่าในตัวเองมากยิ่งขึ้น”


-หนังสือเล่มโปรดของ ดร.น้อง คือเล่มใด ชอบเพราะอะไร และได้ข้อคิดจากหนังสือเล่มโปรดนี้นำมาปรับใช้ในชีวิตตัวเองอย่างไร
“หนังสือเล่มโปรดของดิฉันเป็นหนังสือต่างประเทศที่ชื่อว่า The Queen’s Diamonds แต่งโดย ฮิวส์ โรเบิร์ตส์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมงกุฏเพชรอันล้ำค่าของราชวงศ์ ซึ่งเนื้อหาเล่มนี้ตรงกับความที่เราเป็นคนชอบเพชรและชอบเรื่องมงกุฏเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงโดนใจทั้งเรื่องความสวยงามของเพชรและความสวยงามของมงกุฏเลยค่ะ
ส่วนข้อคิดที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ คำว่า ‘มงกุฏ’ เนี่ย นอกจากความงดงาม มูลค่า และคุณค่าในตัวมงกุฏเองแล้ว ผู้ที่จะได้ครอบครองมันยังต้องมีอำนาจอีกด้วย ซึ่งเมื่อนำมาอยู่ในบริบทของเวทีมิสเอิร์ธไทยแลนด์แล้ว อำนาจใดล่ะที่จะควรค่าให้สาวๆ สามารถครองมงกุฏได้ นั่นก็คืออำนาจจากสิ่งแวดล้อม ซึ่งถ้าเราทำความดีมากพอ อำนาจมันจะมาเอง เช่น อำนาจในการจูงใจเพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนคติและความคิดของคน ซึ่งมงกุฏกับอำนาจมันต้องไปด้วยกัน และอำนาจในความหมายของดิฉันมันต้องเป็น Positive Thinking หรือเป็นอำนาจด้านบวกเท่านั้น
ข้อคิดที่สำคัญอีกอย่างก็คือ เพชรสามารถเกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่บนโลกใบนี้ เพราะเพชรคือสินทรัพย์ของโลก เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับการทำความดีแล้ว การทำความดีนั้นไม่ใช่แค่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของคนทั้งโลก และการครอบครองความดี ก็เหมือนกับการครอบครองมงกุฏแห่งเพชรนั่นเอง”

อัพเดตเรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจของ ดร.น้อง ได้ที่ Fanpage Facebook : Siri Thai Gems หรือ Facebook : Sirikarn Onsonkran