[fusion_builder_container hundred_percent=”no” equal_height_columns=”no” menu_anchor=”” hide_on_mobile=”small-visibility,medium-visibility,large-visibility” class=”” id=”” background_color=”” background_image=”” background_position=”center center” background_repeat=”no-repeat” fade=”no” background_parallax=”none” parallax_speed=”0.3″ video_mp4=”” video_webm=”” video_ogv=”” video_url=”” video_aspect_ratio=”16:9″ video_loop=”yes” video_mute=”yes” overlay_color=”” video_preview_image=”” border_size=”” border_color=”” border_style=”solid” padding_top=”” padding_bottom=”” padding_left=”” padding_right=””][fusion_builder_row][fusion_builder_column type=”1_1″ layout=”1_1″ background_position=”left top” background_color=”” border_size=”” border_color=”” border_style=”solid” border_position=”all” spacing=”yes” background_image=”” background_repeat=”no-repeat” padding_top=”” padding_right=”” padding_bottom=”” padding_left=”” margin_top=”0px” margin_bottom=”0px” class=”” id=”” animation_type=”” animation_speed=”0.3″ animation_direction=”left” hide_on_mobile=”small-visibility,medium-visibility,large-visibility” center_content=”no” last=”no” min_height=”” hover_type=”none” link=””][fusion_text]

การกลับมาของดาวจรัสแสง โอเมก้า คอนสเตลเลชั่นแมนแฮตตันรุ่นใหม่

เป็นเวลากว่า36ปีแล้ว ที่ โอเมก้า คอนสเตลเลชั่นแมนแฮตตันได้รับการยอมรับให้เป็นนาฬิกาสำหรับสุภาพสตรีที่โดดเด่นเหนือใคร ไม่ว่าจะในแง่ประวัติศาสตร์ ดีไซน์และกลไกอันเที่ยงตรง ล่าสุด โอเมก้า นำคอลเลคชั่นดังกล่าวกลับมาตีความอีกครั้งจนเกิดเป็นดาวดวงใหม่ที่เปี่ยมด้วยความเที่ยงตรง สง่างามเหนือกาลเวลา และเหมาะกับข้อมือของสุภาพสตรีทั่วโลกอย่างแท้จริง

ว่ากันตามจริงแล้ว เรื่องราวของ โอเมก้า คอนสเตลเลชั่นแมนแฮตตันต้องย้อนกลับไปยังปี ค.ศ. 1948ซึ่งเป็นปีที่โอเมก้าเฉลิมฉลองครบรอบ 100ปี พร้อมกับเปิดตัวเรือนเวลารุ่นCentenaryซึ่งเป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแรกที่กลไกได้รับรองความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ ทั้งยังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในเวลาเดียวกัน

จากเสียงตอบรับดังกล่าว โอเมก้าจึงอุทิศเวลาเพื่อสร้างสรรค์นาฬิกาคอลเลคชั่นใหม่ที่เน้นความเที่ยงตรงในระดับโครโนมิเตอร์อย่างจริงจัง โดยนำกลไกที่ผ่านการทดสอบที่หอดูดาว Kew-Teddington ประเทศอังกฤษ ได้เป็นผลสำเร็จ ทั้งยังสร้างสถิติโลกครั้งใหม่ถึง 2ครั้ง ในปี 1933และ 1936ตลอดจนกลไกที่ชนะการทดสอบความเที่ยงตรงอีก 6ครั้งในช่วงระหว่างปีค.ศ. 1945และ ค.ศ.1952มาต่อยอดเป็นคอลเลคชั่น ‘คอนสเตลเลชั่น’ พร้อมกับเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปีค.ศ.1952นั่นเอง

นอกจากนั้น โอเมก้ายังประทับสัญลักษณ์หอดูดาวภายใต้ดวงดาวสุกสว่าง 8ดวงเพื่อสื่อถึงความสำเร็จในอดีตทั้งหมดไว้ที่ฝาหลังนาฬิกาหลายต่อหลายรุ่นจนกลายเป็นที่จดจำเรื่อยมา ในปีค.ศ.1982โอเมก้าจึงตัดสินใจเปิดตัวคอนสเตลเลชั่นสำหรับสุภาพสตรีหรือในชื่อเล่นว่าแมนแฮตตันกับจุดเด่นที่ดีไซน์พิเศษอย่างกรงเล็บบนขอบตัวเรือน เพื่อผนึกกระจกคริสตัลแซฟไฟร์และเทคโนโลยีกันน้ำเข้าด้วยกัน เสริมความงามด้วยตัวเรือนทรงกระบอก เครื่องหมายแสดงเวลาบนขอบตัวเรือนและสายนาฬิกาตัดสลับระหว่างวัสดุสองชนิดที่ชวนหลงใหลไม่ซ้ำใคร

ปีค.ศ. 1995 โอเมก้าได้ปรับโฉมรุ่นนี้อีกครั้งโดยออกแบบให้ภาพรวมดูนุ่มนวลและมีเส้นสายที่โค้งมนมากขึ้นแต่ยังคงเก็บดีไซน์กรงเล็บอันเป็นเอกลักษณ์ไว้อย่างครบครัน ที่สำคัญยังเป็นครั้งแรกที่ซินดี้ ครอว์ฟอร์ดซูเปอร์โมเดลระดับโลกและแบรนด์แอมบาสเดอร์ของโอเมก้าเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบ

ถัดจากนั้นมาอีก8 ปี โอเมก้าได้นำเสนอคอนสเตลเลชั่นโฉมใหม่ หรือในชื่อเล่นว่าDouble Eagle พร้อมความพิเศษอย่าง การติดตั้งกลไก Co-Axial Chronometer Calibre 2500ซึ่งเป็นกลไกรุ่นใหม่ที่ได้รับการยกระดับความเที่ยงตรงไปสู่มาตรฐานใหม่ ทั้งยังนำเสนอตัวเรือนขนาดใหม่31 มม. และปรับดีไซน์ให้มีขนาดใหญ่และหนักแน่นยิ่งขึ้น

เวลาล่วงเลยมาถึงปีค.ศ.2009โอเมก้าได้ปรับโฉมคอลเลคชั่นนี้ให้มีความล้ำสมัยมากขึ้น โดยเฉพาะดีไซน์ของกรงเล็บ หน้าปัด เครื่องหมายบอกเวลา รวมถึงสายนาฬิกาที่มาในรูปแบบmono-rang และบานพับสายแบบปีกผีเสื้อ ที่สำคัญยังออกแบบหน้าปัดให้มีความพิเศษด้วยสารเรืองแสงตัดกับเครื่องหมายบอกชั่วโมงประดับเพชรซึ่งต่างส่องแสงแพรวพราวราวกับดวงดาวบนฟากฟ้า

มาถึงรุ่นล่าสุดกับ โอเมก้า คอนสเตลเลชั่นแมนแฮตตันที่โอเมก้าได้ปรับโฉมนาฬิกาคอลเลคชั่นนี้จนมีความงดงามเหนือกาลเวลา เริ่มตั้งแต่ดีไซน์ตัวเรือนบางลง ขณะที่ด้านข้างตัวเรือนและสายนาฬิกาได้รับการตกแต่งด้วยเทคนิคพิเศษที่ขัดด้านสลับกับขัดเงาจนเกิดเป็นความงามอันสมบรูณ์แบบ

ส่วนกรงเล็บอันเป็นเอกลักษณ์ก็ได้รับการตีความใหม่ให้เพรียวบางคล้อยตามกันไป แต่ยังคงเส้นสายที่ชัดเจนซึ่งเชื่อมโยงกับขอบตัวเรือนที่เรียวบางอย่างเหมาะสม เมื่อดีไซน์ทั้งหมดสอดรับกันทำให้มองเห็นหน้าปัดนาฬิกาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับการดีไซน์ตัวเลขโรมันบนขอบตัวเรือนให้บางลงเล็กน้อย แต่ยังสามารถดูเวลาอันเที่ยงตรงได้ชัดเจนเช่นเดิม ขณะที่เม็ดมะยมผ่านกระบวนการผลิตพิเศษจนเกิดเป็นร่องคล้ายพระจันทร์เสี้ยวซึ่งมอบทั้งความหรูหราและสง่างามในเวลาเดียวกัน

นาฬิการุ่นใหม่นี้ยังเพิ่มความน่าสนใจของหน้าปัดด้วยลวดลายและเฉดสีใหม่ถึง7สี อีกทั้งวัสดุตัวเรือนและสายนาฬิกาอีก5ทางเลือกเคียงคู่กับเข็มนาฬิการูปแบบสเกเลตันที่โปร่งแสงมองเห็นหน้าปัดได้ คู่กับเครื่องหมายแสดงเวลามีเหลี่ยมมุมงดงาม ซึ่งดีไซน์ของทั้งคู่ล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากเส้นขอบฟ้าตัดกับอาคารสูงชะลูดในย่านแมนแฮตตันใจกลางนิวยอร์กนั่นเอง

ขณะที่ตัวเรือนมีให้เลือก 3ขนาด ได้แก่ 25มม. 28 มม. คู่มากับกลไกOmegaCalibre 4061 พร้อมฝาหลังสลักสัญลักษณ์หอดูดาวและสายนาฬิกาแบบเดียวกับนาฬิกาคอนสเตลเลชั่น ปีค.ศ.2009 และขนาดใหม่29มม. พิเศษสุดด้วยสุดยอดกลไกMaster Chronometer Calibre 8700/8701 ซึ่งได้รับการทดสอบความเที่ยงตรงจนเกิดเป็นมาตรฐานใหม่ที่แม่นยำที่สุด คู่มากับสายนาฬิกาแบบMid-Barซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาคอนสเตลเลชั่นรุ่นบุกเบิก ส่วนฝาหลังที่สลักสัญลักษณ์หอดูดาวและดวงดาว ถูกแทนที่ด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เพื่อรับกับความหนาของกลไกที่เพิ่มขึ้นจนเกิดเป็นความสมดุลกับข้อมือสุภาพสตรีอย่างลงตัว

เมื่อรวมรายละเอียดใหม่ทั้งหมดของโอเมก้า คอนสเตลเลชั่นแมนแฮตตันเข้าด้วยกัน ทำให้รุ่นนี้มีทางเลือกถึง101 รุ่น ตอบสนองความต้องการของสุภาพสตรีที่มีความต้องการแตกต่างและสะท้อนตัวตนของตัวเองได้อย่างชัดเจน…ทั้งหมดคือเรื่องราวของดวงดาวแห่งความเที่ยงตรงที่กลับมาส่องแสงเปล่งประกายบนข้อมือสุภาพสตรีอีกครั้ง

พบกับนวัตกรรมชั้นเลิศและสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับไปกับโอเมก้าได้ที่ บูติคสาขาเซ็นทรัลเอ็มบาสซี โทร.02-160-5959,สาขาสยามพารากอน โทร.02-129-4878และ สาขาดิ เอ็มโพเรียม โทร.02-664-9550

[/fusion_text][/fusion_builder_column][/fusion_builder_row][/fusion_builder_container]