‘Healing is the New Luxury’ เมื่อ Wellness ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือ New Growth Engine ของการท่องเที่ยวไทย

‘Healing is the New Luxury’ เมื่อ Wellness ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือ New Growth Engine ของการท่องเที่ยวไทย

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย ผลักดันประเทศไทยสู่หมุดหมาย Global Healt& Wellness Destination  ภายใต้แคมเปญสื่อสาร ‘Healing is the New Luxury’ นำเสนอการท่องเที่ยวไทยเชิงคุณค่าและมีมูลค่าสูงของประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่มีความหมาย ไปพร้อมกับการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ เป็นมากกว่าแค่การเกาะเทรนด์ไลฟ์สไตล์ลักซูรี แต่เป็นเครื่องมือผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

 

จากรายงานของ Global Wellness Institute (GWI) ปี 2024 ระบุว่า มูลค่าเศรษฐกิจด้านส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Economy) ทั่วโลก เติบโตร้อยละ 7.9 จากปีที่ผ่านมา รวมประมาณ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 225 ล้านล้านบาท โดยทาง GWI คาดการณ์ว่าแนวโน้มการเติบโตยังมีต่อเนื่องร้อยละ 7.6 ต่อปี และในปี 2571 มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง  9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 325 ล้านล้านบาท

 

สำหรับประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตด้านเศรษฐกิจสุขภาวะสูงที่สุดในโลก มีสถิติการเติบโตถึงร้อยละ10  มูลค่าเศรษฐกิจด้านสุขภาพรวมประมาณ 42,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท รั้งอันดับ 9 ของเอเชียแปซิฟิกและอันดับที่ 24 ของโลกและมีสถิติการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 36.4 จัดอยู่ในอันดับที่ 15 ของโลก  

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงการเปิดแคมเปญ Healing is the New Luxury เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ปลายทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกในปีนี้ว่า  “ทิศทางของการท่องเที่ยวไทยในปี 2570 สอดคล้องกับเรื่องสุขภาพอย่างชัดเจน เรามุ่งเน้นตลาด high-value โดยมุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพ มอบประสบการณ์ที่มีคุณค่า ระยะเวลาพำนักที่นานขึ้น และค่าใช้จ่ายต่อคนเพิ่มขึ้น ซึ่งไทยไม่ใช่แค่ปลายทางท่องเที่ยวอย่างเดียวแต่มีต้นทุนด้าน Health & Wellness ที่สามารถสร้างคุณค่าและเพื่มมูลค่าได้ และแคมเปญ Healing is the New Luxury ชวนให้นักท่องเที่ยวกลับมาค้นหาสมดุลในชีวิต คำว่า high-value ในที่นี้ ไม่ได้หมายความแค่ว่า ต้องเป็นนักท่องเที่ยวที่มีรายได้สูง แต่หมายถึงนักท่องเที่ยวที่สร้างมูลค่ากับระบบเศรษฐกิจไทยสูง เช่น พำนักระยะยาว การใช้บริการหลายประเภท เดินทางเป็นครอบครัว มีการกลับมาใช้บริการซ้ำ และเชื่อมโยงรายได้ไปยังหลายภาคส่วน“

 

ทั้งนี้ เศรษฐกิจด้าน Health & Wellness ไม่จำกัดเฉพาะธุรกิจสปาหรือการรักษาพยาบาล  แต่เป็นระบบเศรษฐกิจครบวงจร  เชื่อมโยงสถานบริการรักษาพยาบาล โรงพยาบาล เวชศาสตร์ชะลอวัย อาหารสุขภาพ สมุนไพรไทย โรงแรมที่พักคุณภาพ การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ สุขภาวะที่ดีแบบองค์รวมของชุมชนท้องถิ่น และการรองรับนักท่องเที่ยวสายสุขภาพที่ต้องการดูแลสุขภาพในระยะยาว (Longevity Tourism หรือ การท่องเที่ยวยืดอายุ) เป็นเทรนด์ของโลกปัจจุบันและอนาคต

โดยเฉพาะในยุคที่วิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้ามากขึ้น มนุษย์มีแนวโน้มอายุขัยเพิ่มขึ้นได้ถึง 120 ปี คนทุกเจนเนอเรชันมองหาการมีชีวิตอยู่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ นักเดินทางที่ต้องการพำนักระยะยาว แสวงหาพื้นที่ประสบการณ์สัมผัสกับ Blue Zones หมายถึงเขตชุมชนหรือย่านที่อยู่อาศัย ที่ประชากรมีอัตราการป่วยเป็นโรคเรื้อรังน้อย และมีอายุขัยเฉลี่ยมากกว่าที่อื่น

 

ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในปลายทางที่มีศักยภาพ ในการรองรับนักท่องเที่ยวสายสุขภาพที่ต้องการดูแลสุขภาพในระยะยาว การยกระดับท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Tourism แบบเดิม ขานรับกับเทรนด์ท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ของประชากรโลก  ซึ่งหลายประเทศในยุโรป รวมถึง สวีเดน ได้นำบูรณาการ “การเดินทางออกไปสัมผัสธรรมชาติ ศิลปะ วัฒนธรรมและปฏิสัมพันธกับผู้คนฉันท์มิตร” เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการสร้างเสริมสุขภาวะฟื้นฟูด้านสุขภาวะกายใจและการเยียวยา  

 

ข้อมูลจากโครงการสำรวจเพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ปี 2568  โดย ททท. พบว่า นักท่องเที่ยวด้านเชิงสุขภาพและการรักษาพยาบาล (Medical & Wellness Tourism) ที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย มีการใช้จ่ายเฉลี่ยที่ 102,438 บาทหรือราว 1 แสนบาทต่อคนต่อทริป  ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวทั่วไป และมีวันพำนักเฉลี่ย 12 วัน ถือเป็นการเข้าพักระยะยาว สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะปลายทางท่องเที่ยว รองรับเทรนด์การดูแลสุขภาพ (Wellness) ที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการใช้ชีวิต การเดินทาง และการลงทุน

 

โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  ประเมินความสำเร็จในงานมหกรรม Amazing Thailand Health & Wellness Trade Meet 2026 ที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา คาดว่าเกิดการเจรจาธุรกิจกว่า1,632 นัดหมาย และสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 929.62 ล้าน โดย ททท.ตั้งเป้าดันรายได้จากการท่องเที่ยว

3 ล้านล้านบาท ในปี 2570

 

“แนวคิดนี้เหมาะแก่การนำมาปรับใช้เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวในระยะยาว และปัจจุบัน ทาง ททท. มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่หมุดหมายปลายทางแห่งสุขภาวะและสุขภาพที่ดีระดับโลก Global Health & Wellness Destination ในปี 2570  โดยมีแผนการดำเนินงานจัด Thailand Wellness Valley เพื่อรวบรวมและถ่ายทอดอัตลักษณ์อันโดดเด่นด้านการให้บริการสุขภาพของทั้ง 5 ภูมิภาคของไทย พร้อมผลักดันจุดแข็งด้าน Wellness ไทย สู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาวะระดับโลก ชูการบริการด้านสุขภาพ ทั้งทางการรักษาพยาบาลและสร้างสุขภาวะที่ดี (Medical&Wellness)  ครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ ด้านการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐานสากล (Medical Excellence)  ด้านการส่งเสริมสุขภาวะดีตามหลักวิทยาศาสตร์ (Science-Based Wellness) และการต่อยอดภูมิปัญญาไทยด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม (Science-Based Local Wisdom Wellness) ขณะที่เราส่งเสริมการออกแบบจัดการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงการเยียวยากายใจควบคู่ไปกับการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ยกระดับประสบการณ์การเดินทางสู่เทรนด์ใหม่ ที่ให้คุณค่าความหรูหรา ที่พลังแห่งการฮีลลิ่งหรือดูแลกายใจและได้ดูแลธรรมชาติให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” นางสาวฐาปนีย์ ผู้ว่าฯ ททท. กล่าว

 

ในด้านสื่อสารทาง ททท. ขยายความร่วมมือกับสื่อมวลชนและอินฟลูอินเซอร์นานาชาติสายสุขภาพ การดึงเซเลบริตี้ระดับโกลบอลของประเทศต่างๆ ช่วยกระตุ้นการสื่อสารสร้างแรงจูงใจ ในรูปแบบ Celebrity Marketing พร้อมจัดกิจกรรมการสื่อสารส่งเสริมการขายทั้งในระดับ B2B และ B2C ขยายฐานการรับรู้เปิดช่องทางเสนอสินค้าและบริการ Health & Wellness กระจายสู่ปลายทางอื่นๆ นอกเหนือจากกรุงเทพฯ ที่มีศักยภาพสูง อาทิ พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต หัวหิน  

 

นอกจากนี้ยังมีกำหนดจัดงานมหกรรม Amazing Thailand Health & Wellness Trade Meet 2027 เพื่อเปิดเวทีเจรจาธุรกิจ นำเสนอนวัตกรรมและสินค้าด้านสุขภาพ และนำเสนอกิจกรรมต่อยอดประสบการณ์ที่สถานประกอบการในประเทศไทย สร้างโอกาสและขยายเครือข่ายสู่ตลาดนานาชาติ ผลักดันสู่โอกาสทางการขายและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและมูลค่าสูงอย่างเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2570

 

​​​​​# # # #