Advertisement
PRIEW BANNER 2022
PRIEW BANNER 2022
previous arrow
next arrow
ดร.สิริกานต์ อ้นสนกราน’ นักธุรกิจสาวเก่งผู้มาพร้อมนิยาม ‘ทำสิ่งใดต้องเต็มที่ และทำให้ดีที่สุด’
‘ดร.สิริกานต์ อ้นสนกราน’ นักธุรกิจสาวเก่งผู้มาพร้อมนิยาม ‘ทำสิ่งใดต้องเต็มที่ และทำให้ดีที่สุด’ นับเป็นผู้บริหารสาวเก่งที่น่าจับตามองอีกหนึ่งคนในยุคนี้เลยก็ว่าได้ สำหรับ ดร.น้อง หรือ ดร.สิริกานต์ อ้นสนกราน เพราะที่ผ่านมาธุรกิจหลายอย่างที่เธอทำนั้น ล้วนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แม้ในยุคที่โควิด-19 ระบาดจะมีผลกระทบมากมายกับธุรกิจต่างๆ ก็ตาม แต่ผู้บริหารสาวก็สามารถนำพาธุรกิจของตัวเองฟันฝ่าและยังคงยืนหยัดอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน เราจึงต้องมานั่งพูดคุยเพื่ออัพเดตชีวิต แนวคิด และทัศนคติ ของเวิร์คกิ้งวูแมนวัย 50 กะรัตคนนี้ (ที่ดูยังไงก็สาวและสวยอ่อนกว่าวัยเป็นอย่างมาก) เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับผู้คนในสังคม ก่อนอื่นขออัพเดตประวัติส่วนตัวของ ดร.น้อง สักหน่อย “ดิฉันเรียนจบปริญญาตรี จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้นก็เรียนต่อปริญญาโท คณะสิ่งแวดล้อมทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จนจบอีกเช่นกัน และด้วยความที่ดิฉันเป็นคนรักการเรียนและชอบพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ดิฉันจึงเรียนต่อในระดับปริญญาเอก ที่คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์นจนสำเร็จ ซึ่งก็สร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวเองอย่างมาก เพราะสามารถทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ คือเรียนจบด็อกเตอร์จนได้ค่ะ ปัจจุบันดิฉันแต่งงานกับสามีคือ นาวาอากาศเอก นายแพทย์ นพดล นฤปิติ ซึ่งเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลพญาไท 2 และมีลูกสาว 1 คน ซึ่งตอนนี้ลูกสาวดิฉันก็กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ” ปัจจุบัน ดร.น้อง ทำธุรกิจด้านไหนบ้าง “ตอนนี้ธุรกิจที่ดิฉันทำอยู่มีหลากหลายมากค่ะ ทั้งธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจโรงแรมเอ็นสิริ รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล...
‘อรวีร์ สมจิตร’ ความสุขคือการใช้ชีวิตเรียบง่าย ได้ทำธุรกิจที่ตัวเองรัก และได้ช่วยเหลือสังคม
‘อรวีร์ สมจิตร’ ความสุขคือการใช้ชีวิตเรียบง่าย ได้ทำธุรกิจที่ตัวเองรัก และได้ช่วยเหลือสังคม ถ้าพูดถึงนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หญิงเก่งชื่อดังในแถบจังหวัดทางภาคอีสานแล้ว หลายคนมักจะนึกถึงชื่อของ ‘อ้อ-อรวีร์ สมจิตร’ หญิงเก่งผู้มีใบหน้าสวยสดใสและดูอ่อนกว่าวัย 60 ปลายๆ ของเธอเป็นอย่างมาก นอกจากธุรกิจที่ดินแล้วคุณอ้อยังมีธุรกิจอื่นๆ อย่างธุรกิจร้านอะไหล่ยนต์ และธุรกิจร้านทองและเพชรพลอย ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีรากฐานมั่นคงอยู่ที่จังหวัดเลยอีกด้วย แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ชีวิตเธอมีจุดเริ่มต้นอย่างไร ลองไปฟังจากปากคุณอ้อกันเลย “ครอบครัวของดิฉันอาศัยอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี เดิมทีแม่ของดิฉันมีอาชีพขายเสื้อผ้า ส่วนคุณพ่อก็ทำงานได้รับเงินเดือนในสมัยนั้นแค่ 600 บาท แต่ด้วยความที่คุณแม่ของดิฉันเป็นคนมัธยัสถ์และประหยัดในเรื่องการใช้เงินมาก ทุกเดือนเวลาคุณพ่อให้เงินมา คุณแม่ก็จะเก็บออมเงินไว้เดือนละ 200 บาททุกเดือน พอเก็บไปสิบเดือนก็ได้เงิน 4,000 บาท ซึ่งสมัยนั้นเงินจำนวนนี้ถือว่าเยอะพอสมควรสำหรับคนที่อยู่ต่างจังหวัด ทีนี้คุณแม่ก็นำเงินเก็บ 4,000 บาทนั้นไปลงทุนซื้อที่ดินที่อุดรไว้ 1 ไร่ หลังจากนั้นไม่กี่ปีที่ดินแปลงนี้ก็ขายไปได้ในราคา 40,000 บาท ซึ่งถือว่ามูลค่าของที่ดินเพิ่มขึ้นเยอะมาก พอโตมาอายุประมาณ 14 ปี ดิฉันก็รู้สึกว่าตัวเองชอบธุรกิจเกี่ยวกับที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์นี้มากๆ เนื่องจากได้เห็นการซื้อที่ดินแบบซื้อมาและขายไปที่คุณแม่ทำ ตั้งแต่นั้นดิฉันก็เลยยึดคุณแม่เป็นแบบอย่างในการเริ่มทำธุรกิจที่ดิน ตอนนั้นในใจคิดแค่เพียงว่ามันเป็นสิ่งที่น่าทำเป็นอย่างยิ่ง เพียงแค่ซื้อที่ดินทิ้งไว้ แล้วรอเวลาที่เหมาะสม ที่ดินนั้นก็อาจจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น จากซื้อหมื่น ก็ขายแสน หรือซื้อแสน ก็ขายล้านได้ในอนาคต” คุณอ้อเล่าว่า ในช่วงที่ตัวเองเรียนจบจากวิทยาลัยอาชีวะใหม่ๆ ตอนนั้นเธอก็ช่วยคุณแม่ขายเสื้อผ้า และค่อยๆ เก็บเงินซื้อที่ดินเก็บไว้บ้างตามกำลังเงินที่มี เพราะคิดเพียงอย่างเดียวว่าราคาที่ดินมันจะต้องขึ้นแน่นอน...
“มายด์ -จามิญช์ญา เตชะมนต์พัทธ์” สาวเก่งผู้พลิกวิกฤติเป็นโอกาส ในด้านความงามและสุขภาพที่ยั่งยืน
“มายด์ -จามิญช์ญา เตชะมนต์พัทธ์” แห่ง Memory Clinic & wellness Center     วันนี้เปรียวออนไลน์เรามีนัดกับสาวเก่ง  มายด์ - จามิญ ช์ญา เตชะมนต์พัทธ์ แห่ง Memory Clinic & wellness Center    ที่ W-District  ชั้น M  ค่ะ   ในแวดวงธุรกิจความงามระดับท๊อป “มายด์ - จามิญช์ญา เตชะมนต์พัทธ์ แห่ง Memory Clinic” เป็นเบอร์ต้น ๆ ที่คนนึกถึง ทั้งในด้านความสามารถ มุมมอง ความสำเร็จ รวมทั้งประสบการณ์ชีวิตเฉียดตายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ จนทำให้ใบหน้าเสียหายหนัก ต้องผ่านการซ่อมแซมและฟื้นฟูใบหน้ากว่า 100 เข็ม   ..... มาวันนี้ ความทรงจำและประสบการณ์เลวร้ายสุด ๆ  นั้น เป็นแค่เรื่องจิ๊บ ๆ   คงเหลือแต่ความทรงจำที่ดีที่สุดของชีวิต  พร้อมมุ่งมั่นและส่งต่อความทรงจำที่งดงามนั้น ไปสู่ผู้คนที่ต้องการมีความงามและสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน  ผ่านศูนย์ความงามและเวชศาสตร์ชะลอวัย  ชื่อ “Memory Clinic & wellness Center”    “มายด์”...
“พญ.รตา อภิเกษมสันติ์ -Rapete Clinic”  มอบผิวสวยตรงจุด ใช้ความจริงใจมัดใจลูกค้า ใส่ใจดุจคนในครอบครัว
"พญ.รตา อภิเกษมสันติ์ -Rapete Clinic" มอบผิวสวยตรงจุด ใช้ความจริงใจมัดใจลูกค้า ใส่ใจดุจคนในครอบครัว คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความประทับใจแรกเห็นนอกเหนือจากบุคลิกภาพที่ดูโดดเด่นมีสไตล์ อีกหนึ่งองค์ประกอบที่พ่วงมาคู่กันก็คือใบหน้า หากใบหน้ามีผิวพรรณที่สวยเกลี้ยงเกลาจะยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้เป็นเจ้าของ  นั่นคือสาเหตุว่าทำไม! คนยุคนี้ต่างถวิลหาสารพัดวิธีเพื่อเอาชนะทั้งกาลเวลาและความร่วงโรย เพื่อคงความมั่นใจให้อยู่กับตังเองไปนาน ๆ  หนึ่งในตัวช่วยนั้นคือนวัตกรรมในเรื่องความงาม ที่ “Rapete Clinic-ราพีเต้ คลินิก” ตอบโจทย์ให้ทุกเพศทุกวัยที่กังวลเรื่องปัญหาผิวพรรณได้สมปรารถนา  ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีความรู้ความชำนาญเป็นเลิศ ผนวกกับเครื่องมือที่มีนวัตกรรมในการรักษาดูแลความงามครบวงจร ได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้า ดาราดัง Influencer, Net Idol  เซเลบริตี้ และคนดังในแวดวงสังคม มาใช้บริการอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย “หมอแพร" พญ.รตา อภิเกษมสันติ์   แห่ง ราพีเต้ คลินิก  เล่าว่า แพรคลุกคลีอยู่ในครอบครัวหมอมาตั้งแต่เด็ก โดยมีคุณแม่เป็นหมอผิวหนังและคุณพ่อเป็นกุมารแพทย์ (แพทย์หญิงรักษ์ฉนา - นายแพทย์องอาจ อภิเกษมสันติ์) ทั้งสองท่านเปิดคลินิกอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชื่อ “คลินิกหมอองอาจ”     ซึ่งรักษาโรคเด็กและมีรักษาทั้งโรคผิวหนังด้วยค่ะ โดยเปิดมากว่า 30 กว่าปี  ทั้งสองท่านเป็นแรงบันดาลใจในการประกอบอาชีพแพทย์ แพรซึมซับทั้งการทำงานและการใช้ชีวิต เห็นคุณพ่อคุณแม่ดูแลคนไข้ด้วยความจริงใจ เป็นแพทย์ที่ดีและขยันทำงาน ...แพรเรียนจบคณะแพทยศาสตร์บัณฑิต จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล  ต่อหลักสูตร Diploma of Dermatology and Dermatosurgery  ...
เปิดใจ " ดร. เพ็ญจันทร์ ล้อสีทอง" CEO คนเก่ง แห่ง เอสพีเจ กรุ๊ป ประเทศไทย วันนี้เราอยู่กันที่ลอบบี้  โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ  โรงแรมหรู 5 ดาว   ให้ความรู้สึกหรูหรา สองข้างผนังประดับด้วยผลงานศิลปะอันมีระดับและงานประติมากรรม จากฝีมือของศิลปินชาวไทยที่รังสรรค์ออกมาเพื่อโรงแรมนี้โดยเฉพาะให้ชมเพลินเลยค่ะ พีอาร์ของโรงแรมสั่งอาหารเครื่องดื่มมาต้อนรับคณะของอิ๋วกับดร.ด้วยคะ พนักงานที่นี่ให้การต้อนรับด้วยร้อยยิ้ม ประทับใจ เรามีนัดสำคัญกับผู้บริหารคนเก่ง คุณเพ็ญจันทร์ ล้อสีทอง CEO หญิงเก่งคนนี้นอกจากความประทับใจในบุคลิกภาพอันสง่างาม มีความเป็นผู้นำของเธอแล้ว เมื่อได้พูดคุยกันก็ยิ่งรู้สึกทึ่งกับความสามารถในการบริหารธุรกิจของครอบครัว ที่ปัจจุบันมีอยู่ถึง 4 ธุรกิจด้วยกัน คือ  ทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงงานอาหารแช่แข็ง , ธุรกิจเกี่ยวกับผู้ตรวจสอบบัญชีวางแผนและวางระบบให้กับบริษัทต่างๆ ต่อด้วย ธุรกิจเกี่ยวกับสำนักงานบัญชี ปิดท้ายด้วย บริษัท เอสพีเจ กรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าแบรนด์ ‘ปลาสลิดติดบ้าน’ ที่เปิดตัวไปแล้วและกำลังขยายตลาดเมืองไทยในแล้วตอนนี้ เธอเล่าให้ฟังว่า ..” ดิฉันกลับจากสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2014 หลังจากที่ไปอยู่ดูแลธุรกิจของครอบครัว นั่นก็คือ บริษัท ไอทีฟู้ดฯ มาสิบกว่าปีพอกลับมาเมืองไทยดิฉันก็ยังคงช่วยดูแลธุรกิจของบริษัทอยู่ ซึ่งจะมีพี่ๆ น้องๆ ของเราเป็นผู้ถือหุ้น รวมทั้งผู้ถือหุ้นอื่น ๆ...
Ploy Style Inter : กชณภัท บราวน์ “พลอยอินเตอร์” สาวสวยมากความสามารถจากเมืองปากเซ ประเทศ ลาว เธอมาใช้ชีวิตในเมืองหลวงของ เมืองไทย เธอผู้คิดว่าโลกนี้มีแต่สิ่งมหัศจรรย์ เธอขอบการเดินทางท่องเที่ยวในที่ต่างๆและเธอชอบชิมอาหารในสถานที่ต่างๆเธอชอบเมื่อได้ค้นพบอะไรใหม่ๆ เธอผู้นำสมัยเรื่องดีไซน์และสมัยอย่างมีศิลปะ เราไปทำความรู้จักกับสาวสวยคนนี้กันเลยดีกว่า คุณพลอยเล่าให้ฟังว่า "พลอย มีชื่อจริง ว่า (กชณภัท บราวน์ -kotnaphath Brown) เป็นคน "ลาว" มาจากเมืองปากเซศูนย์กลางเศรษฐกิจของลาวใต้ เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ มีธรรมชาติสวยงาม และมีปราสาทหินที่สวยงามที่สุดในลาว คือปราสาทหินวัดพูค่ะ   ตอนนี้พลอยย้ายมาอยู่เมืองไทยแล้วค่ะ   ชอบเมืองไทยเพราะวัฒนธรรมที่คล้ายกันกับที่บ้านเกิด เป็นเมืองสบายเมืองยิ้มค่ะ"  "ตอนนี้พลอยมาทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้าแฟชั่นที่เมืองไทยค่ะ  พลอยชื่นชอบในเรื่อง​การแต่งตัว และคลุกคลีอยู่ในแวดวงความสวยความงาม เคยเป็นเจ้าของร้านทำผม ครูสอนทำเล็บ จึงสนใจอัพเดตและเรียนรู้เรื่องราวด้านแฟชั่นควบคู่ไปด้วย โดยมีโอกาสเรียนกับครูระดับโลกที่เขามาสอนที่เมืองไทยด้วยคะ   เมื่อเร็ว ๆ นี้ พลอยได้ร่วมลงทุนกับพี่ ๆ เปิดคลินิกความงาม ชื่อ LE GLAM คลินิกชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศส ที่ตึก BBC ชั้น 2 ในงานเปิดตัวมีแขกผู้ใหญ่ในแวดวงสังคม พร้อมเซเลปชื่อดังให้เกียรติมาร่วมงานกันมากมายค่ะ เซิร์จในเพจใด้นะคะ แวะมาใช้บริการได้ค่ะ คลีนิกจะเปิดทำการอีกครั้งหลังปลดล็อคจากสถานการณ์โควิดค่ะ"  "พลอยมี คุณชมพู่ อารยา เจ้าแม่แฟชั่น เป็นไอดอลค่ะ...
"หลอดไฟ - นวินดา วรรธนะโกวินท์ ปัจฉิมสวัสดิ์"  ศิลปินนักเต้นผู้ปลุกกระแส ‘Contemporary’ เมืองไทยให้เป็นที่ยอมรับระดับประเทศ​  ภาพของหญิงสาวที่ร่ายรำผ่านท่วงท่าแปลกตาที่เรียกว่า “คอนเทมโพรารี่” (Contemporary) หรือการเต้นรำแบบร่วมสมัย อาจเป็นสิ่งใหม่ที่ยากจะเข้าใจในสายตาคนไทย แต่ถ้าลองเปิดใจให้กว้าง คุณจะรับรู้ได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกที่ “หลอดไฟ-นวินดา ปัจฉิมสวัสดิ์” สื่อผ่านการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างลึกซึ้งและเข้าถึงอารมณ์กว่าเพียงแค่การเต้นรำ  การแสดงที่ดูเหมือนเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยพลังนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนจดจำศิลปินนักเต้นสาวสวยคนนี้ได้ จนอาจพูดได้ว่า “หลอดไฟ นวินดา” เป็นศิลปินนักเต้นและนักออกแบบท่าเต้นร่วมสมัยที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทยในเวลานี้ นอกจากนี้เธอยังเป็นครูสอนศิลปะการเต้นร่วมสมัย ที่ไม่เพียงเป็นที่รู้จักในประเทศเท่านั้น แต่ยังมีชื่อเสียงในระดับประเทศ และกวาดรางวัลใหญ่ๆ มาเกือบทุกเวที   เสียงชื่นชมและความสำเร็จที่เห็นในวันนี้ ไม่ใช่เพราะเธอคือลูกสาวคนเก่งของเจ้าของโรงเรียนบางกอกแดนซ์ที่มีชื่อเสียง “คุณวัลลภา ปัจฉิมสวัสดิ์” แต่หลอดไฟต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา จนเกือบจะถอดใจหลายครั้ง กว่าจะสร้างสรรค์ผลงานให้เป็นที่ยอมรับได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอมี “ต้นทุน” ที่ดีจากคุณแม่และคุณยายที่คอยเป็นกำลังใจให้เธอผ่านวันวารอันหนักหน่วงมายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้อย่างภาคภูมิใจ    เส้นทางนักเต้นที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ด้วยความเป็นทายาทของนักบัลเล่ต์ชื่อดังของเมืองไทย “คุณวัลลภา ปัจฉิมสวัสดิ์” ที่เกิดและเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเป็นนักเต้นกว่าเด็กหลายคน ทำให้คิดไปได้ว่าเส้นทางสายระบำของเธอคงจะสวยงามและโรยด้วยกลีบกุหลาบ ปราศจากขวากหนามใดๆ แต่ในความเป็นจริง กว่าจะได้มาซึ่งชื่อเสียงและความสำเร็จ เธอต้องแข่งขันกับนักเต้นด้วยกัน รวมถึงต่อสู้กับความรู้สึกอ่อนไหวของตัวเอง จนกระทั่งช่วงหนึ่งมีอาการ “ซึมเศร้า” จนเกือบจะเลิกล้มความตั้งใจในการเป็นนักเต้นไปเลย “ที่หลอดไฟมีวันนี้ได้ต้องขอบคุณคุณยาย ถ้าคุณยายไม่ฝืนหรือต่อสู้กับคุณตา ซึ่งเป็นทูตพาณิชย์อยู่ตอนนั้น คุณแม่ก็คงไม่ได้เรียนบัลเล่ต์” เธอเล่าย้อนไปเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว ซึ่งการเต้นรำยังไม่เป็นที่ยอมรับในเมืองไทย ไม่มีครอบครัวไหนส่งเสริมให้ลูกหลานเรียนเต้นรำ รวมถึงครอบครัวปัจฉิมสวัสดิ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตำรวจและทหาร แต่เพราะคุณยายเป็นผู้หญิงที่มีความคิดทันสมัย...
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา​ ​ทรงเตรียมความพร้อมเพื่อทรงเข้าร่วมการแข่งขันศิลปการบังคับม้าระดับนานาชาติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเตรียมความพร้อมเพื่อทรงเข้าร่วมการแข่งขันศิลปการบังคับม้าระดับนานาชาติ โดยจะทรงม้าประจำพระองค์ Prince Charming WPA ลงแข่งขันในระดับ Prix St. George และ Intermediate I ระหว่างวันที่ 28 พ.ค ถึง 2 มิ.ย 2562 ณ สนามแข่งขันที่ เมืองฮัมบูร์ก(Hamburg) ประเทศเยอรมันนี ซึ่งจัดเป็นสนามเก่าแก่และได้รับความนิยมในระดับโลก ถูกใช้ในการแข่งขันรายการที่มีชื่อเสียงระดับโลกคือ Hamburg Derby Show Jumping และยังเป็นหนึ่งในสนามเก็บคะแนน Longins Global Champion Tour อีกด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงฝึกฝนการขี่ม้าเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอโดยทรงมีรับสั่งว่าการขี่ม้าเป็นการออกกำลังกายอย่างดีได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนในการบังคับม้านอกจากการฝึกซ้อมขี่ม้าเป็นประจำแล้วยังทรงเข้ารับการฝึกฝนเพิ่มเติมในต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาธารณรัฐฝรั่งเศส และในช่วงระหว่างทรงเข้ารับการฝึกฝนดังกล่าว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา​ ได้ทรงเข้าร่วมการแข่งขันการขี่ม้าระดับนานาชาติหลายรายการ ทรงมีม้าประจำพระองค์จำนวน 7 ม้า ได้แก่ Prince Charming WPA , Furst Henry, Duke of Swing,...
"ป๊อปปี้-ณัฐชา โอราชา" ดาราหน้าใหม่ กับบทแม่ย้อยวัยละอ่อน ใน “กรงกรรม” ต้องยอมรับว่ากระแสละครที่เรื่อง "กรงกรรม" ที่เพิ่งจะลาจอช่อง 3 เมื่อเร็วๆ นี้ มาแรงถูก​กล่าวขานกันไปทั้งประเทศ ด้วยความเข้มข้นของบทประพันธ์  นักแสดงนำ รวมทั้งนักแสดงสมทบที่มารับบทต่างๆ หนึ่งในนั้นคือนักแสดงหน้าใหม่ที่ถูกพูดถึงกันมาก นั่นคือ  “ป๊อปปี้ – ณัฐชา โอราชา” เธอเริ่มเป็นที่รู้จักเพียงชั่วข้ามคืนจากบทของ “แม่ย้อย” ในวัยสาว ซึ่งหลายคนลงความเห็นว่า เธอมีหลายอย่างที่คล้ายกับ “ใหม่ เจริญปุระ” ที่รับบทเป็น “ย้อย” เป็นอย่างมาก ทั้งรูปร่าง หน้าตา รวมถึงเสียงก็ยังมีความคล้ายอีกด้วย จนขนาดเจ้าตัวเองยังตกใจ วันนี้  Priewonline มีนัดพูดคุยกับเธอ “ป๊อปปี้ – ณัฐชา โอราชา” แบบ Exclusive ที่ โรงแรมเบอร์เคอร์รี่ ประตูน้้ำ   PriewOnline​ ได้พบเธอ​เป็น​ครั้ง​แรก​ ต้องขอชมทีม​ Casting​ เลยที่เลือก "ป๊อป​ปี้​-ณัฐ​ชา​ โอราชา" ​มารับบทแม่ย้อยวัยสาว​ เพราะ​น้องมีความละม้าย​ "ใหม่​-เจริญ​ปุระ​" มาก น้องป๊อป​ปี้​ อัพเดต​ให้​เราฟังว่า​ "ตอนนี้​กำลังศึกษา อยู่ชั้นปี 4  คณะศิลปศาสตร์...
“คุณหนิง ภควดี  อมรพิทักษ์กูล” ทายาท บริษัท พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สาวเก่งแถวหน้าอีกคนที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง ชอบใช้เวลาที่มีช่วยเหลือผู้อื่นรอบๆตัวเธอ สำหรับตำแหน่งหน้าที่การงานของหนิงในธุรกิจครอบครัว หนิงมีหน้าที่ติดต่อกับต่างประเทศในการส่งออกสินค้า ทำให้ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ โดยส่วนตัวก็เป็นผู้ที่หลงรักในการเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศ จากงานที่ต้องช่วยธุรกิจของครอบครัวแล้ว ก็ยังแบ่งเวลาไปทำธุรกิจอย่างอื่นอีกด้วย เพราะตัวเองไม่ชอบอยู่นิ่ง ชอบทำงาน ชอบช่วยเหลือคน จึงมองเห็นธุรกิจใหม่… จุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้จักสมุนไพรมีที่มาอย่างไร? โดยส่วนตัวของหนิงนั้น ที่ได้รู้จักและรู้ว่าสมุนไพรไทยนั้นมีคุณค่ามากที่สุดก็มีเรื่องอยู่ว่า  คุณยายของหนิงนั้นป่วยเป็นมะเร็งที่มดลูกระยะที่1 พอรู้ว่าคุณยายป่วยเป็นมะเร็ง ทางครอบครัวก็หาวิธีที่จะรักษาคุณยายให้หายจากโรคนี้โดยเร็ว โดยที่คุณหมอ “นายแพทย์ ธเนศ อมรพิทักษ์กูล” สามีของหนิงเองนั้น ซึ่งเรียนด้านสมุนไพรและมีความรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว จึงลองให้คุณยายทานสมุนไพรในการควบคู่กับการรักษาไปด้วย จากที่คุณยายเป็นมะเร็งขั้นที่1 พอกลับไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ก็พบว่าค่ามะเร็งของคุณยายหายไปหมด เรื่องนี้ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่หนิงให้ความสนใจกับสมุนไพรมากขึ้น คุณยายก็กลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้น และให้คุณแม่ลองทานสมุนไพร คุณแม่ก็มีสุขภาพที่ดีขึ้นไปด้วยเช่นกัน จากสมัยก่อนที่เราไม่สนใจในสมุนไพร โดยมองว่าเป็นเรื่องที่เชย ไม่ทันสมัย พอเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเราแล้ว ก็ทำให้กลับมาคิดใหม่ว่าสมุนไพรมีอะไรดีๆอีกเยอะ ไม่อย่างนั้นคงไม่อยู่มาเป็น 1000 ปี หลังจากที่ชอบในสมุนไพรแล้ว ได้พัฒนามาเป็นธุรกิจได้อย่างไร? หนิงเป็นคนที่จะทำอะไรแล้ว ต้องทำด้วยใจรัก โดยเริ่มต้นจากการที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นเป็นทุนเดิม จากจุดที่อยากจะช่วยเหลือผู้อื่นมากกว่าการมองหาประโยชน์หรือกำไร ก็มีอยู่เหตุการณ์หนึ่ง คนไข้ที่มาหาคุณหมอเนื่องจากการทานยารักษาโรคแผนปัจจุบันมากเกินไปทำให้กัดกระเพาะอาหารจนทะลุ หนิงเลยมองว่าสมุนไพรน่าจะดีต่อการรักษาโรคมากกว่ายาแผนปัจจุบัน แต่สำหรับสมุนไพรก็มีทั้งจุดดีและจุดด้อย การทานสมุนไพรก็รู้กันอยู่แล้วว่าการออกฤทธิ์ก็จะช้ากว่าการทานยาแผนปัจจุบัน...

IDENTITY

TRAVEL

Food