PTT Digital เปิดตัว IPAC (Intelligent Process Automation Center) ศูนย์บริการเทคโนโลยี IPA ครบวงจร มุ่งยกระดับกระบวนการทำงานให้ถูกต้องแม่นยำรวดเร็ว พร้อมรุกตลาด Healthcare และ Insurance

ทุกวันนี้หลายธุรกิจเริ่มเข้าสู่ยุค Digital Transformation แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุนให้กระบวนการทำงานดีขึ้น เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพและถูกต้องแม่นยำมากขึ้น โดยระบบ Robotic Process Automation (RPA) และ Intelligence Automation (IA) ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในยุคดิจิทัลที่สามารถช่วยยกระดับกระบวนการทำงานสู่ระบบประมวลผลแบบอัจฉริยะ สนับสนุนให้เกิดกระบวนการ Digital Transformation ภายในองค์กรได้อย่างรวดเร็วตอบโจทย์องค์กรอนาคต

จากข้อมูลแนวโน้มตลาดทั่วโลกของ Intelligent Process Automation หรือระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ คาดว่าในปี 2030 จะมีมูลค่าตลาดเติบโตมากถึง 13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2020 ที่เติบโตอยู่ที่ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นถึง 12 พันล้านดอลลาร์ฯ เพียงในระยะเวลา 10 ปีเท่านั้น ทำให้องค์กรธุรกิจหลายแห่งทั่วโลกได้เล็งเห็นว่าเทคโนโลยีการทำงานอัตโนมัติเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการก้าวไปสู่ Digital Transformation เพื่อสร้างความสำเร็จและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจในตลาดโลก

เร็วๆ นี้ ในงานเปิดตัว ศูนย์บริการ Intelligence Process Automation Center’ หรือ ‘IPAC Grand Opening’ ที่ร่วมจัดโดย บริษัท พีทีที ดิจิตอล โซลูชั่น จำกัด (PTT Digital) บริษัทในกลุ่ม ปตท. ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างครบวงจรมากว่า 17 ปี และ บริษัท เอสเอส แอนด์ซี บลู ปริซึม (SS&C Blue Prism) ผู้นำด้านซอฟต์แวร์ IA และ RPA ระดับโลก เข้าร่วมงานโดยผู้บริหารและทีมงานจากองค์กรชั้นนำด้านการแพทย์/สุขภาพ และธุรกิจประกันภัย กว่า 100 ราย ณ โรงแรม Hotel Nikko Bangkok โดยในงานนายทวนทอง สุวรรณหงษ์ รองประธานฝ่าย Client Solutions บริษัท พีทีที ดิจิตอล โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบัน PTT Digital มีความพร้อมที่จะช่วยยกระดับกระบวนการทำงานขององค์กรธุรกิจสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการนำเสนอบริการที่เกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยี IA และ RPA ของศูนย์บริการ IPAC มาใช้งานอย่างครบวงจรในรูปแบบแพลตฟอร์มสำเร็จรูป ซึ่งเป็น Pay-Per-Use Intelligent Process Automation Center แห่งแรกของเอเชีย รวมถึงสามารถ customized บริการของ IPAC ให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานของธุรกิจได้ เพื่อให้องค์กรสามารถบริหารต้นทุนการใช้เทคโนโลยีอย่างคุ้มค่าในมาตรฐานระดับสากล

ที่สำคัญ ‘ระบบกระบวนการอัตโนมัติ’ หรือ RPA (Robotic Process Automation) จะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการทำงานในอนาคต และเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์ในการนำ Intelligent Automation มาใช้งานในองค์กร โดย ‘บอท’ จะกลายเป็นแรงงานส่วนหนึ่งในองค์กร ซึ่งจะเข้ามาช่วยจัดการงานที่ต้องทำแบบซ้ำๆ งานที่ต้องประมวลผลข้อมูลเป็นจำนวนมาก และงานที่มีเงื่อนไขการตัดสินใจเป็นแบบแผน เช่น การคีย์ข้อมูล การเก็บข้อมูล การส่งอีเมล งานพิมพ์ รวมถึงช่วยลดระยะเวลาการทำงานแบบ routine และลดความผิดพลาดของงานที่เกิดจากคน (Human Error) ทำให้พนักงานมีเวลาที่จะโฟกัสกับงานและดูแลลูกค้าเพื่อสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถส่งมอบงานได้รวดเร็ว สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนด้านการผลิตหรือการดำเนินธุรกิจได้อย่างมากอีกด้วย

งานนี้ ได้รับเกียรติจาก Mr. Sunny Saha, SVP and General Manager บริษัท SS&C Blue Prism ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ร่วมกล่าวแสดงความยินดีในโอกาสเปิดตัวบริการ IPAC ที่มุ่งเพิ่มความคล่องตัว (Agile) และความสามารถในการตอบสนองต่อภาวะวิกฤต (Resilient) ของการดำเนินธุรกิจต่างๆ ทั้งธุรกิจ Healthcare และ Insurance ให้สามารถเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพได้ด้วยการใช้เทคโนโลยี IPA โดยความร่วมมือระหว่าง SS&C Blue Prism และ PTT Digital เริ่มต้นขึ้นจากการดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2019 เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Digital Transformation ภายในกลุ่ม ปตท. และเริ่มขยายการลงทุนเป็นการให้บริการในรูปแบบแพลตฟอร์ม

ปัจจุบัน PTT Digital มีทีมผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี Intelligent Automation จำนวนกว่า 60 คน ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลด้านการพัฒนาการใช้งานเทคโนโลยี IA และ RPA ในทุกกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมจาก SS&C Blue Prism ซึ่งเป็นผู้นำด้านซอฟต์แวร์ IA และ RPA ระดับโลก ที่ผ่านมา PTT Digital ได้พัฒนาและดูแลการใช้งานบอท หรือ Digital Worker ให้กับลูกค้าในบริษัทชั้นนำรวมกว่า 100 ตัว โดยออกแบบฟังก์ชันงานที่แตกต่างกัน มากกว่า 130 รายการ ช่วยประหยัดเวลาทำงานได้มากกว่า 150,000 ชั่วโมง ซึ่งเป็นผลจากการนำระบบการทำงานอัตโนมัติเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานและเสริมความคล่องตัวให้องค์กรมากยิ่งขึ้น โดยบริการ IPAC เหมาะกับบริษัททุกขนาด โดยเฉพาะในธุรกิจการผลิต ธุรกิจการเงิน การธนาคาร การประกันภัย และธุรกิจสุขภาพ เป็นต้น

ภายในงาน ยังมีผู้เชี่ยวชาญจากทั้ง PTT Digital และ SS&C Blue Prism มาร่วมแบ่งปันข้อมูล บริการของ IPAC และประสบการณ์การให้บริการเทคโนโลยี IPA พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองและการนำเทคโนโลยี IPA มาใช้ใน Use Case จริงในกลุ่มธุรกิจ Healthcare และ Insurance โดยเฉพาะ ทั้งนี้ SS&C Blue Prism ได้ยกตัวอย่างผลลัพธ์ของการนำระบบ Intelligent Process Automation เข้ามาช่วยในธุรกิจประกันภัยชั้นนำแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ โดยใช้ Fraud Detection Bot เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมและตรวจจับกิจกรรมที่เป็นการฉ้อโกง ซึ่งช่วยลดการสูญเสียเนื่องจากการฉ้อโกงและปรับปรุงความปลอดภัยให้กับลูกค้า รวมถึงการอนุมัติการเคลมและการอนุญาตแบบอัตโนมัติ โดยบอทช่วยเรื่องการเคลมได้ถึง 220,000 เคสนับตั้งแต่ใช้งาน, อนุมัติมูลค่าการเคลมได้ถึงวันละ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และช่วยประหยัดชั่วโมงการทำงานได้มากกว่า 100,000 ชั่วโมงต่อปี นอกจากนี้ ในธุรกิจสุขภาพของสหรัฐอเมริกา มีองค์กรระบบด้านสุขภาพได้นำระบบอัตโนมัติอัจฉริยะเข้ามาใช้ในโครงการต่างๆ เช่น นำระบบมาช่วยลดช่องว่างหรือข้อผิดพลาดของแอปพลิเคชั่นและเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ แนวทางนี้ได้เปลี่ยนวิธีคิดของผู้คนเกี่ยวกับการใช้งานระบบอัตโนมัติอัจฉริยะอย่างมาก ซึ่งเป้าหมายไม่ใช่การลดบทบาทของคน แต่เพื่อปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและช่วยลดเวลาของพนักงานในการดำเนินงานที่มีความคุ้มค่ามากขึ้น เช่น การดูแลผู้ป่วยโดยตรง เป็นต้น

ทั้งนี้ IPAC สามารถยกระดับกระบวนการดำเนินงานได้แบบ End-to-End ด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับองค์กร เป็นการเอื้อประโยชน์การทำงานของพนักงานทั้งในส่วน Front office และ Back office โดยได้เชื่อมโยงการทำงานร่วมกัน ซึ่งต่อไป RPA จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะด้าน Healthcare และ Insurance และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมต่างๆ โดยที่ผ่านมา PTT Digital ได้ให้บริการแก่หน่วยธุรกิจในฟังก์ชันที่หลากหลาย เช่น การทำงบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร ภาษีสรรพากร การจัดซื้อจัดจ้าง ใบแจ้งหนี้/ใบวางบิล เป็นต้น

 

ศูนย์บริการ IPAC ของ PTT Digital ประกอบไปด้วยบริการ 4 หมวดหลัก ประกอบด้วย

  1. D Botคือบริการ Prebuilt BOT ซึ่งทำงานเป็น Digital Worker ที่มีความชำนาญในงาน common business process ชนิดต่างๆ
  2. D Playboxคือบริการ Prebuilt Platform สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึง tool และ facilities ในการพัฒนา Bot ได้อย่างรวดเร็ว เปรียบเสมือนเป็น Playground สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างและพัฒนา Bot
  3. D Academyคือบริการอบรมและพัฒนาศักยภาพทีมงานให้พร้อมเป็น Super User สามารถพัฒนา Bot ใช้งานในองค์กรได้อย่างคล่องตัว
  4. IDPคือ บริการ Intelligent Document Processing ซึ่งใช้เทคโนโลยี OCR (Optical Character Recognition) ในการอ่านข้อมูลและเสริมศักยภาพการเรียนรู้และแก้ไขปัญหาด้วยเทคโนโลยี ML (Machine Learning) ต่อยอดเพิ่มทักษะการเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาให้ดีขึ้น

นายทวนทอง สุวรรณหงษ์ กล่าวปิดท้ายว่า IPAC พร้อมสนับสนุนทุกธุรกิจในด้านการบริหารจัดการต้นทุนการใช้งานเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพด้วยบริการแบบ Pay-Per-Use, ช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาระบบ สามารถใช้งานเทคโนโลยีได้ทันต่อความต้องการทางธุรกิจ ด้วย Platform ที่รองรับการพัฒนา bots แบบ Ready-to-Use โดยองค์กรจะหมดปัญหาการสรรหาบุคลากรมาดูแลและต่อยอดการลงทุน ด้วยบริการ All-in-one Service Bundling ซึ่งพร้อมให้บริการแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร ตั้งแต่การขึ้นระบบไปจนถึงบริการสนับสนุนระบบ ช่วยยกระดับทักษะดิจิทัลของพนักงานในองค์กร ด้วยบริการจาก Local Team ซึ่งเป็นทีมงานคนไทยที่เข้าใจกระบวนการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย (Thai Localized) และสนับสนุนดูแลผู้ใช้งานเทคโนโลยี RPA อย่างใกล้ชิด ถือเป็นจุดเด่นของอีกบริการของ PTT Digital